ทั่วโลกพูดถึงเรื่องของหลอดพลาสติก ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีการรณรงค์กันเลิกใช้หลอดพลาสติกกันหลายประเทศ แต่บ้านเราดูเหมือนยังเป็นเรื่องไกลตัว มีคนปฏิบัติจริงอยู่เพียงกลุ่มเล็กๆ แม้คลิปภาพของเต่าทะเลที่มีหลอดติดอยู่ที่จมูก จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมขึ้นมาช่วงหนึ่ง แต่เชื่อว่าคนจำนวนมากยังออกจากบ้าน ไปซื้อน้ำและยังรับหลอดพลาสติกจากร้านค้า วันนี้เราจะมาทำความรู้จักหลอดและความจริงของหลอดพลาสติกทำร้ายโลกกัน
ประวัติศาสตร์ของหลอด
มนุษย์มีการใช้หลอดมานานกว่า 7,000 ปี สมัยเมโสโปเตเมีย หลอดทำจากต้นกกหรือทอง เพื่อใช้เป็นตัวกรองเวลาดื่มเบียร์ ที่จีนใช้หลอดในการจิบไวน์ข้าว ที่อียิปต์หนึ่งในคำจารึกกล่าวถึงการใช้หลอดดื่มน้ำในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันการดูดแมลงเข้าไป
ก่อนที่จะมาถึงการใช้หลอดโดยชาวสเปนในยุค 1500 และในยุค 1800 ก้านข้าวสาลีแห้งและหลอดฟางข้าวกลายเป็นที่นิยมในยุโรปและอเมริกาเหนือ จนมาถึงการประดิษฐ์หลอดกระดาษในปี 1888
ต่อมาในช่วงปี 1960 หลอดพลาสติกใช้แล้วทิ้งที่ต้องใช้น้ำมันในการผลิต ก็ถือกำเนิดขึ้นและมาแทนที่หลอดกระดาษ
หลอดพลาสติก
ส่วนใหญ่ในปัจจุบันทำจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่ทำจากปิโตรเลียม บวกสารเติมแต่ง (ซึ่งจะทำให้พลาสติกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น) เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (ซึ่งจะลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างออกซิเจนกับพลาสติก) และตัวกรองแสงอัลตราไวโอเลต (ซึ่งป้องกันพลาสติกจากรังสีความร้อน)
ผลกระทบ
- ปัญหาเกี่ยวกับหลอดพลาสติกคือเรื่องของปริมาณการใช้ แม้ว่าจะเป็นแค่ชิ้นพลาสติกบางๆ เพียงชิ้นเดียว แต่ชาวอเมริกันเพียงประเทศเดียว มีการใช้หลอด 500 ล้านหลอดทุกวัน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากร 320 ล้านคน ถ้าเอาหลอดที่ใช้ต่อวันของคนอเมริกัน สามารถวนรอบโลกได้มากกว่าสองรอบครึ่ง
- อีกปัญหาที่เกิดจากการผลิตหลอดพลาสติก ยิ่งผลิตมากก็ยิ่งต้องใช้น้ำมันและแก๊สมากขึ้น ต้องใช้พลังกระแสไฟฟ้าในการผลิต และยังต้องใช้น้ำมันในการขนส่งเพื่อนำพลาสติกไปส่งยังผู้ผลิตหลอด และส่งมอบให้กับลูกค้า การปล่อยมลพิษและคาร์บอนของการผลิตหลอดพลาสติกมากมายมหาศาล
- นึกภาพง่ายๆ ว่าหลอดพลาสติกที่ถูกผลิตมาบนโลกใบนี้ เกือบ 60 ปีแล้ว เราใช้มันเพียง 20 นาทีแล้วโยนทิ้ง ทุกวันนี้มันยังอยู่ที่ไหนซักแห่งบนโลก ยังไม่ย่อยสลายเพราะต้องใช้เวลาหลายร้อยปี และไม่มีการนำไปรีไซเคิลเพราะเป็นปัญหากับเครื่องแยกขยะพลาสติก การจัดเก็บรวมรวมยาก จึงไม่มีใครนำพลาสติกไปรีไซเคิล
- 22%-43% ของพลาสติกทั่วโลกถูกฝังกลบ มากกว่า 250,000 ตันเป็นขยะในมหาสมุทร หรือมีขยะมากกว่า 5 ล้านล้านชิ้นทิ้งลงสู่ทะเล
- 73% ของปลาในมหาสมุทรแปซิฟิก มีไมโครพลาสติกอยู่ในท้อง ร้อยละ 90 ของนกทะเลหลายชนิด ปลาวาฬ ปลาโลมาและเต่าทะเล ได้กินพลาสติกรวมทั้งหลอดพลาสติก พวกมันเป็นห่วงโซ่อาหารที่นำพาสารเคมีมีพิษกลับมาสู่มนุษย์
การใช้หลอดพลาสติกในไทย
ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าคนไทยใช้หลอดกันกี่ล้านชิ้นต่อวัน แต่บ้านเราก็ไม่ได้น้อยหน้าเพราะข้อมูลขยะทะเลที่เผยแพร่โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมพบว่า เฉพาะจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด มีขยะประมาณ 10 ล้านตันต่อปี และในจำนวนนั้นเป็นขยะหลอดพลาสติกถึง 10% หรือหนึ่งล้านตัน!
ทุกคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเราไม่ได้อยู่ติดทะเล แต่หารู้ไม่ว่าขยะที่เราทิ้งที่บ้าน และไม่ได้ถูกกำจัดอย่างถูกวิธี ก็สามารถไหลไปตามลำคลอง สู่แม่น้ำเจ้าพระยา ออกสู่อ่าวไทย ถ้าใครได้เห็นคลิปที่ถูกเผยแพร่โดยกลุ่ม Trash Hero ภาพของมวลขยะพลาสติกมหาศาลที่ไหลวนไปสู่อุโมงค์ยักษ์ของกทม. ก่อนออกสู่อ่าวไทย เป็นภาพที่น่าตกใจ น้ำที่หมุนพาเอาขยะพลาสติกจำนวนมากออกไป มองเห็นแต่ปริมาณขยะ แทบจะมองไม่เห็นผิวน้ำเลย ไม่แปลกใจที่ไทยแลนด์เป็นประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก
ขยะพลาสติก โดยเฉพาะหลอด ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่เกิดจากเราทุกคนเป็นคนก่อ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดเพราะเริ่มจากปากเราทุกคน ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ ด้วยการพกของใช้เอง ใช้ซ้ำได้ ล้างได้ จะลำบากก็ตรงที่ต้องหัดเปลี่ยนพฤติกรรม ปฏิเสธคนขายไม่ให้ใส่หลอดพลาสติกในเครื่องดื่มที่คุณสั่ง ถ้าติดการใช้หลอด ควรหาหลอดที่ใช้ซ้ำได้เป็นของตัวเอง เตือนและเตรียมตัวเองทุกวัน แทนที่จะออกจากบ้านไป “ก่อขยะ” เราต้องเตรียมตัวออกไป “ลดขยะ” จนเกิดเป็นความเคยชิน หลายคนจะบอกว่าขี้เกียจพก หนักกระเป๋า เราพกมือถือ กระเป๋าสตางค์ พาวเวอร์แบงค์ สายชาร์ชได้ หลอดหนักเพียง 18 กรัม คงไม่เพิ่มน้ำหนักมากเกินไปให้กระเป๋าคุณ
ในอดีต เราเคยใช้หลอดที่ทำจากฟางข้าว (ที่มาของคำว่าหลอด Straw = ฟางข้าว) และเปลี่ยนมาเป็นกระดาษ ก่อนจะสู่พลาสติก วันนี้ หากเราต้องหันกลับไปใช้กระดาษ และฟางข้าว คงเป็นเรื่องที่ดี แต่การไม่สร้างขยะจะดีสมบูรณ์แบบที่สุด คือพกพาสิ่งของที่เราไม่ต้องโยนทิ้ง นำติดตัวและใช้ได้ทุกที่ทุกวัน
เขียนโดย: ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช
อ้างอิงข้อมูลจาก:
- “Plastic Straws: A Life Cycle” – www.worldwatch.org
- “Drinking Straw” – www.madehow.com
- กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- https://business.facebook.com/warawat/videos/10157018254114903/